ตอนที่ 8: มาตรฐานแผงโซล่าเซลล์ มอก. และมาตรฐานสากล (TIS Standards and International Certifications)
ตามที่เคยกล่าวถึงไว้ในบทความก่อนหน้าว่า แผง Tier 1 ไม่ได้เป็นเครื่องหมายที่บอกถึงคุณภาพของแผงโซล่าเซลล์ ดังนั้นการพิจารณาในเรื่องของคุณภาพและความปลอดภัย ผู้ซื้อและผู้ใช้งานควรต้องพิจารณามาตรฐานที่เกี่ยวกับคุณภาพควบคู่ไปด้วย บทความนี้จะแนะนำถึง มาตรฐานของประเทศไทย ที่เกี่ยวข้องกับการทดสอบคุณภาพของแผงโซล่าเซลล์ ภายใต้การกำกับดูแลโดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และมาตรฐานสากลล่าสุดของคณะกรรมาธิการระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรฐานสาขาอิเล็กทรอนิกส์ (IEC) รวมถึงมาตรฐานอื่นๆที่น่าสนใจ

1. มาตรฐาน มอก. 61215 เล่ม 1(1)-2568 (มาตรฐานการออกแบบและรับรองแบบแผงซิลิคอนผลึก)
มาตรฐาน มอก. 61215 เล่ม 1(1)-2568 เป็นเกณฑ์การทดสอบการออกแบบเพื่อรับรองคุณสมบัติทางไฟฟ้าและความแข็งแรงเชิงอุตสาหกรรม โดยได้รับการลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปเมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569 และผ่านพ้นระยะผ่อนผัน 120 วัน ทำให้มีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป มาตรฐานฉบับนี้เป็นการรับเอามาตรฐานสากล IEC 61215-1-1:2021 (Edition 2.0) มาใช้ในระดับเหมือนกันทุกประการ (Identical) เพื่อยกเลิกและทดแทนมาตรฐาน มอก. 61215 เล่ม 1(1)-2561 เดิม (ซึ่งอิงตาม IEC 61215-1-1:2016)
ข้อกำหนดการทดสอบและพารามิเตอร์ทางไฟฟ้าที่สำคัญ:
- การเพิ่มหัวข้อทดสอบเชิงอุตสาหกรรมใหม่: มีการระบุหลักเกณฑ์การทดสอบที่เพิ่มขึ้นจากฉบับปี 2561 ได้แก่ (1) การทดสอบความเค้นเชิงกลแบบวัฏจักร (Cyclic/Dynamic Mechanical Load Test – MQT 20) เพื่อหาจุดบกพร่องของรอยร้าวหลังการกดแรงกระแทกเป็นคาบ, (2) การทดสอบความเสื่อมสภาพจากแรงดันไฟฟ้าเหนี่ยวนำ (Potential-Induced Degradation – MQT 21), และ (3) การทดสอบบิดงอสำหรับแผงแบบยืดหยุ่น (Bending Test for Flexible Modules – MQT 22)
- พารามิเตอร์เกณฑ์ตัดสินผ่านและการปรับปรุงความแม่นยำ: กำหนดความคลาดเคลื่อนสูงสุดในการทดสอบซ้ำของพารามิเตอร์ทางไฟฟ้า (Maximum Allowable Value of Reproducibility) ไว้ที่ระดับไม่เกิน r=1.0% และกำหนดความไม่แน่นอนสูงสุดจากการวัดผลของห้องปฏิบัติการ (Maximum Allowable Value of Measurement Uncertainty) ไว้ที่ระดับไม่เกิน m1=3.0%
- กำหนดกระบวนการทำเสถียรภาพตัวแปรทางไฟฟ้า (Stabilization – MQT 19): กำหนดดัชนีเกณฑ์ตัดสินสภาวะเสถียร (Stabilization Criterion) ไว้ที่ตัวแปร x=0.01 สำหรับแผงซิลิคอนผลึก (c-Si) โดยแบ่งการทดสอบออกเป็น:
- การทำเสถียรภาพเริ่มต้น (Initial Stabilization – MQT 19.1): บังคับให้แผงรับแสงอาทิตย์สะสม (Sunlight Soaking) รวมไม่ต่ำกว่า 10 kWh/m2 โดยแบ่งช่วงการวัดอย่างน้อยสองช่วง ช่วงละไม่น้อยกว่า 5 kWh/m2
- การทำเสถียรภาพรอบสุดท้าย (Final Stabilization – MQT 19.2): บังคับใช้เฉพาะกลุ่มแผงทดสอบที่เพิ่งผ่านกระบวนการทดสอบความร้อนชื้น Damp Heat (MQT 13) ใน Sequence E หรือผ่านการทดสอบ PID (MQT 21) ใน Sequence F โดยแบ่งขั้นตอนเป็น:
กรณีผ่านการทดสอบ Damp Heat: ผู้ทดสอบสามารถเลือกใช้ Method 1 (ทำการสลายสภาวะ BO LID ด้วยกระบวนการ MQT 19.3) หรือเลือกใช้ Method 2 (ตรวจวัดกำลังไฟฟ้า MQT 06.1 เพื่อประเมินสูตร Gate No. 2 ทันที หากผ่านพ้นพิกัดถือว่าเสร็จสิ้น หากไม่ผ่านเกณฑ์จึงกลับมาบังคับอบฟื้นสภาพตาม Method 1)
กรณีผ่านการทดสอบ PID: ผู้ทดสอบสามารถเลือกใช้ Method 3 (การอบกระตุ้นด้วยแสงที่ปริมาณสะสม 2.0±0.2 kWh/m2 ตามเงื่อนไข MQT 10 โดยห้ามให้อุณหภูมิแผงสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ยาวนานเกินกว่า 24 ชั่วโมง โดยในแผงสองหน้าให้ส่องรังสีเข้าที่ด้านหลัง ส่วนแผงหน้าเดียวให้ส่องที่ด้านหน้า) หรือเลือกใช้ Method 4 (ประเมิน Gate No. 2 และพิกัด MQT 06.1 ทันที หากไม่ผ่านจึงนำกลับไปอบคืนสภาพตามเกณฑ์ Method 3)
2. มาตรฐาน มอก. 61730 เล่ม 2-2567 (มาตรฐานคุณสมบัติด้านความปลอดภัยสำหรับขั้นตอนการทดสอบ)
มาตรฐาน มอก. 61730 เล่ม 2-2567 เป็นข้อกำหนดเชิงบังคับด้านสถาปัตยกรรมไฟฟ้า อัคคีภัย และความเค้นเชิงกลทางโครงสร้าง โดยได้รับการประกาศลงราชกิจจานุเบกษาอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2567 และมีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป เพื่อยกเลิกและทดแทนมาตรฐาน มอก. 2580 เล่ม 2-2562 (ซึ่งอิงตาม IEC 61730-2:2016) มาตรฐานใหม่นี้เป็นการรับเอาเกณฑ์มาตรฐานสากล IEC 61730-2:2023 (Edition 3.0) มาใช้ในระดับเหมือนกันทุกประการ (Identical)
การปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ตรวจสอบความปลอดภัยเชิงลึก:
- การยกเลิกการทดสอบอุณหภูมิใช้งาน (Temperature Test – MST 21): เนื่องจากมาตรฐานฉบับปี 2023 ระบุชัดเจนว่า แผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่ได้รับการทดสอบแบบเดี่ยวภายใต้ระบบการติดตั้งจับยึดอิสระกลางแจ้งในเขตภูมิอากาศที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 40 องศาเซลเซียส จะมีความร้อนทำงานจริงสะสมในระดับเปอร์เซ็นไทล์ที่ 98 ไม่เกิน 70 องศาเซลเซียส ส่งผลให้เกณฑ์กำหนดค่าดัชนีอุณหภูมิใช้งานขั้นต่ำ (RTI/RTE/TI) ที่ระดับ 90 องศาเซลเซียส ตามข้อกำหนด มอก. 61730 เล่ม 1 (IEC 61730-1) มีความเพียงพอและปลอดภัยในทางวิศวกรรมอยู่แล้ว จึงสั่งยกเลิกหัวข้อการทดสอบอุณหภูมิออกจากส่วนการทดสอบเล่ม 2 ทันที
- การปรับโครงสร้างเกณฑ์ตรวจสอบขอบแหลมคม (Sharp Edge Test – MST 06): กำหนดเงื่อนไขการใช้หัวกดทรงกระบอกเหล็กเส้นผ่านศูนย์กลาง 12.7 มิลลิเมตร พันหุ้มด้วยเทปสามชั้น (ชั้นล่างเป็นเทปโฟมไวนิลสีดำ, ชั้นกลางเป็นเทปโฟมไวนิลสองหน้าสีขาว, ชั้นนอกเป็นเทป PTFE เทฟลอนสีขาว) กดลงบนขอบวัสดุด้วยแรง 6.672 ± 0.133 N และวิ่งเคลื่อนที่ไปกลับด้วยความเร็วไม่เกิน 5 วินาที ระยะวิ่งไม่เกิน 100 มิลลิเมตร หากเกราะเทปสองชั้นนอกสุดเกิดรอยเฉือนพังทลายจนมองเห็นสีดำของเทปด้านในสุด จะถือว่าไม่ผ่านการทดสอบ
- การปรับพิกัดทดสอบแรงดันอิมพัลส์ชั่วครู่ (Impulse Voltage Test – MST 14): แก้ไขพิกัดสเปกของรูปคลื่นแรงดันสูงกระชากแบบ 1.2/50 µS ตามมาตรฐาน IEC 60060-1 โดยทำการพันฟอยล์โลหะนำไฟฟ้ายึดประสานด้วยกาวเหนียวพิเศษ (ความต้านทานต่ำกว่า 1 โอห์มต่อพื้นที่ 625 mm2) ทาบแนบสนิทรอบแผง เพื่อประเมินสภาวะฉนวนและระยะห่างทางไฟฟ้าจากการเหนี่ยวนำของฟ้าผ่า
- การปรับปรุงการทดสอบติดไฟและการต้านกระแสเกิน (Ignitability Test – MST 24 & Reverse Current Overload Test – MST 26):
- การยกเลิกการทดสอบแตกหักสำหรับแผง Class 0 (Module Breakage Test – MST 32): แผงสำหรับใช้งานในพื้นที่จำกัดสิทธิ์ของบุคคล (Restricted Areas) จะได้รับการงดเว้นการทดสอบแตกหักเพื่อลดความซ้ำซ้อนเชิงพาณิชย์
การตรวจสอบแผงขนาดใหญ่พิเศษ (Very Large Module) และข้อกำหนด Annex C:
นิยามพิกัดแผงขนาดใหญ่พิเศษ: กำหนดว่าแผงที่มีขนาดความยาวด้านใดด้านหนึ่งสูงเกิน 2.2 เมตร หรือมีสัดส่วนความยาวเกิน 1.5 เมตร ทั้งสองด้าน (เช่น แผงขนาด 2.3 x 0.3 m หรือ 1.6 x 1.6 m) จะถูกจัดชั้นเป็นแผงขนาดใหญ่พิเศษทันที ซึ่งสาเหตุที่มีการแยกประเภทแผงกลุ่มนี้ เป็นเพราะแผงมีขนาดใหญ่เกินกว่าที่จะสามารถนำเข้าเครื่องจำลองแสงอาทิตย์ (AAA simulator) ขนาดใหญ่ที่สุดที่มีขายในท้องตลาดได้ หรือไม่สามารถนำเข้าตู้ควบคุมสภาพแวดล้อม (Environmental chambers) สำหรับใช้ทดสอบได้ จึงทำให้มีข้อบังคับเฉพาะที่แตกต่างไปจากแผงทั่วไป ดังนี้:
อนุญาตให้ใช้แผงตัวแทน (Representative Samples) ในการทดสอบได้ สำหรับการทดสอบความปลอดภัยหลายๆ รายการ มาตรฐานอนุญาตให้ใช้แผงตัวอย่างที่ถูกลดขนาดลงมาใช้ทดสอบแทนแผงขนาดจริงแบบเต็มแผ่น (Full-size) ได้
มีข้อบังคับจำกัดขนาดขั้นต่ำของการย่อแผงตัวแทน ผู้ผลิตไม่สามารถย่อขนาดแผงตัวแทนให้เล็กเกินไปได้ (เช่น ไม่อนุญาตให้ใช้แผงขนาดเล็กแบบ 1 เซลล์มาทำการทดสอบความปลอดภัย) โดยมิติของแผงตัวแทนที่ถูกลดขนาดลงจะต้องมีขนาดไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของมิติขั้นต่ำที่นิยามไว้สำหรับแผง Very Large Module ซึ่งหมายความว่า แผงตัวอย่างที่เป็นตัวแทนจะต้องมีความกว้างอย่างน้อย 0.75 เมตร และมีความยาวอย่างน้อย 1.1 เมตร
แผงตัวแทนต้องมีคุณสมบัติและกระบวนการผลิตเหมือนแผงจริงทุกประการ แผงที่ใช้เป็นตัวแทนจะต้องถูกออกแบบให้คล้ายคลึงกับแผงขนาดใหญ่จริงมากที่สุด เพื่อให้รองรับความเค้นทางกล ไฟฟ้า และความร้อนได้เสมือนจริง โดยมีข้อบังคับว่า:
- ต้องใช้เครื่องจักรและกระบวนการผลิต การเชื่อมเซลล์ (Tabbing & Stringing) และการตรวจสอบคุณภาพเดียวกัน
- ต้องใช้รายการวัสดุ (BOM) ที่เหมือนกัน
- ต้องมีระยะห่างของฉนวน (Insulation coordination) เช่น ระยะห่างระหว่างเซลล์ หรือระยะห่างระหว่างชิ้นส่วนที่มีกระแสไฟฟ้ากับขอบแผงที่เท่ากัน
การทดสอบบางรายการยังคงบังคับให้ใช้ “แผงขนาดเต็ม (Full-size)” เท่านั้น แม้จะอนุญาตให้ใช้แผงตัวแทนในหลายการทดสอบ (เช่น การทดสอบความชื้น ความทนทานต่อรังสียูวี หรือรอยขีดข่วน) แต่สำหรับการทดสอบความปลอดภัยที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ขนาดใหญ่โดยตรง มาตรฐานยังคงบังคับให้ใช้แผงขนาดเต็ม (Full-size sample) ในการทดสอบ เช่น:
- การทดสอบแรงดันอิมพัลส์ (Impulse voltage test – MST 14)
- การทดสอบกระแสย้อนกลับเกิน (Reverse current overload test – MST 26)
- การทดสอบการแตกหักของแผง (Module breakage test – MST 32)
- การทดสอบภาระทางกลแบบสถิต (Static mechanical load test – MST 34)
- การประเมินระยะห่างของฉนวนและระยะคืบ (Evaluation of clearances and creepage distances – MST 57)
- การทดสอบการหมุนเวียนอุณหภูมิ (Thermal cycling test – MST 51) และการทดสอบความชื้นและจุดเยือกแข็ง (Humidity freeze test – MST 52) บังคับใช้แผงเต็มขนาด ยกเว้นแต่แผงนั้นจะมีการออกแบบแยกรอยต่อ (Break) ไว้ในโครงสร้างอยู่แล้ว
มาตรฐาน มอก ทั้ง 2 ฉบับข้างต้น ณ วันที่เขียนบทความนี้ (29 เม.ย. 2569) ยังมีสถานะเป็น มอก ประเภท ทั่วไป ทำให้แผงโซล่าเซลล์ที่นำเข้ามาในประเทศไม่สามารถทำการขอการรับรอง มอก ได้ แต่ได้มีความพยายามในการผลักดันให้ มอก ทั้ง 2 ฉบับนี้ กลายเป็น มอก ประเภท บังคับ โดยเรื่องยังอยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็น ก่อนประกาศใช้เป็นกฎกระทรวงต่อไป
สำหรับผู้ซื้อทั่วไป เนื่องจาก มาตรฐาน มอก. 61215 เล่ม 1(1)-2568 และ มาตรฐาน มอก. 61730 เล่ม 2-2567 เป็นการรับเอามาตรฐาน IEC 61215-1-1:2021 (Edition 2.0) และ IEC 61730-2:2023 (Edition 3.0) มาใช้ในระดับเหมือนกันทุกประการ (Identical) ผู้ซื้อจึงสามารถเลือกใช้แผงที่ได้รับการรับรอง IEC 61215 และ IEC 61730 ได้อย่างมั่นใจในคุณภาพเช่นกัน
อ้างอิงเพิ่มเติม
- ข้อมูลใบอนุญาตมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 61215 เล่ม 1(1)-2568
- ข้อมูลใบอนุญาตมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 61730 เล่ม 2-2567



